The right way to find the right people.
ใครคือ “Talent” ตัวจริงในองค์กร?
ผู้บริหารหรือ HR ในหลายๆ องค์กรอาจกำลังวุ่นวายกับการมองหา Fast track, Talent, Successor, Job candidate ว่าจะทำอย่างไรจึงจะได้คนที่ “ใช่” จริงๆ หรือคัดเลือกไปแล้วแต่กลับพบว่าคนเหล่านั้นไม่สามารถพัฒนาตามความคาดหวังของตำแหน่งงาน ผู้บริหาร หรือองค์กรได้ เป็นเหตุให้องค์กรต้องลงทุนเกินความจำเป็น ปัจจัยหนึ่งที่ควรกลับไปพิจารณา คือ บุคคลเหล่านั้นมี “ศักยภาพ/ความพร้อมในการพัฒนา” เพียงใด? และได้วางแผนพัฒนาให้เหมาะกับศักยภาพของพวกเขาหรือไม่? 
แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า คนๆ นั้น มีศักยภาพ/ความพร้อมในการพัฒนาตนเองแค่ไหน?
จากผลการวิจัยในอดีตจนถึงปัจจุบัน ยืนยันว่า ปัจจัยที่สำคัญมากอันหนึ่ง คือ เรื่องของความฉลาด (Intelligence) โดยเฉพาะในสภาพการแข่งขันที่สูง ความฉลาดในด้านความฉับไวในการเรียนรู้และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นหัวข้อที่กล่าวถึงกันมาก
หนึ่งในทฤษฎีเกี่ยวกับความฉลาดที่มีชื่อเสียงคือ ทฤษฎี General Intelligence (1971) ที่นำเสนอโดย Raymond Cattell นักจิตวิทยาชื่อดัง ซึ่งแบ่งความฉลาดออกเป็น 2 ประเภท คือ Crystallized Intelligence และ Fluid Intelligence โดย Crystallized Intelligence เป็นเสมือนความรู้ที่ตกผลึกแล้ว ความรู้ที่ผ่านการเรียนรู้และมีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ แล้วสั่งสมกลายเป็นความรู้และทักษะที่ติดตัว ซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมด้วย ในขณะที่ Fluid Intelligence เป็นความสามารถของสมองในการนำความรู้ที่สั่งสมออกมาใช้ ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ
Fluid Intelligence เกี่ยวข้องกับความเร็วและกำลังของสมองในการประมวลผล ที่แสดงถึงประสิทธิภาพของการส่งผ่านข้อมูลภายในสมอง และนักวิชาการจะประเมิน Fluid Intelligence ผ่านความสามารถในการแก้ปัญหาใหม่ๆ อย่างสร้างสรรค์ ยิ่งงานมีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ การประมวลผลข้อมูลยิ่งต้องซับซ้อนขึ้นเท่านั้น ผลจากงานวิจัยพบว่า Fluid Intelligence มีความสัมพันธ์อย่างมากกับความสำเร็จในอาชีพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนและเรียกร้องทักษะความสามารถอันหลากหลาย
ถึงแม้ว่า Crystallized Intelligence และ Fluid Intelligence จะถูกมองว่าเป็นการทำงานของสมองคนละส่วน แต่ผลจากการศึกษาวิจัยกลับปรากฏว่่าระดับของความฉลาดทั้งสองประเภทมีความสัมพันธ์กันในทางบวก จึงไม่น่าแปลกใจว่าคนที่มี Fluid Intelligence สูงจะมีแนวโน้มที่จะมีอัตราการพัฒนา Crystallized Intelligence ได้มากกว่าและรวดเร็วกว่า
“ดังนั้นเมื่อต้องการแยก ‘คนเก่ง’ ออกจากกัน หรือต้องการมองหาบุคลากรที่มีศักยภาพ/ความพร้อมในการพัฒนาตนเอง เพื่อรองรับกับความท้าทายในอนาคต การวัด Fluid Intelligence ดูจะเป็นส่ิงที่ช่วยให้ได้คนที่สามารถพัฒนาตนเองได้เท่าทันกับความต้องการ”
การวัด Crystallized Intelligence นั้นจะวัดความรู้และประสบการณ์เฉพาะเรื่อง เช่น คำศัพท์ ความรู้รอบตัวทั่วไป แต่ Fluid Intelligence จะถูกประเมินผ่านความสามารถในการประมวลผลข้อมูล การใช้เหตุผล การหาข้อสรุปจากข้อมูลที่ได้รับ การเชื่อมโยงข้อมูลใหม่กับความรู้เดิม และการเปรียบเทียบจัดเรียงข้อมูลเพื่อให้เข้าใจความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ซึ่งจะใช้พื้นฐานความรู้น้อยมาก ผลของการวัด Fluid Intelligence จะออกมาเป็น General Training Quotients (GTQ) การได้คะแนน GTQ สูง แสดงว่า มีศักยภาพ/ความพร้อมในการพัฒนาตนเองสูง
การวัด Fluid Intelligence ถือเป็นการทดสอบทางจิตวิทยาที่มีกระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการสรรหาและคัดเลือกบุคคลที่พร้อมและเหมาะสม พร้อมทั้งเป็นตัวช่วยสำหรับกำหนดวิธีการพัฒนาที่เหมาะสม โดยไม่ให้องค์กรต้องสูญเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการมากเกินความจำเป็น
นอกจากนี้ ผลจากการสำรวจในยุโรป พบว่า ประมาณ 2 ใน 3 ของบริษัทขนาดใหญ่มีการใช้การทดสอบทางจิตวิทยาเพื่อประเมินผู้บริหารระดับสูง และผลการสำรวจของ R.S. Williams ที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Psychologist แสดงให้เห็นว่า องค์กรส่วนใหญ่ใช้แบบทดสอบความสามารถทางสติปัญญาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือที่เป็นรูปธรรมและไม่มีอคติได้ถึง 72% เพื่อต้องการทำนายผลการปฏิบัติงานในอนาคต 66% เพื่อคัดกรองผู้สมัคร 54% ประหยัดเวลาและสะดวก 49% และได้ประสิทธิผลคุ้มกับค่าใช้จ่าย 41%
ทำไมต้อง GIA/TST GIA (General Intelligence Assessment) และ TST (Test for Selection and Training) เป็นการทดสอบความถนัดและความสามารถที่วัด Fluid Intelligence ของบุคคล โดย GIA เป็นแบบทดสอบออนไลน์ ส่วน TST ใช้ทดสอบบนกระดาษ (Paper&pencil Test) ซึ่งแบบทดสอบทั้งสองถูกพัฒนาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ มีความแม่นยำและความน่าเชื่อถือในการทำนายความสามารถของศักยภาพการพัฒนา ทั้งด้านความรวดเร็วในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และการคงไว้ซึ่งกระบวนการและทักษะเหล่านั้น
GIA/TST สามารถช่วยให้ท่านตอบคำถามเหล่านี้ได้
- บุคคลนี้สามารถคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้หรือไม่?
- บุคคลนี้มีความสามารถเพียงพอกับความต้องการของงานหรือไม่?
- บุคคลนี้สามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้รวดเร็ว ทันท่วงทีหรือไม่? 